มัทฉะ (Matcha) คืออะไร? รู้จักชาเขียวญี่ปุ่นที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด
มัทฉะ (Matcha) เป็นชาเขียวญี่ปุ่นชนิดผงละเอียดที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยสีเขียวสด กลิ่นหอมเฉพาะตัว และรสชาติที่มีทั้งความขมอ่อน ๆ และรสอูมามิกลมกล่อม มัทฉะสามารถนำมาชงเป็นเครื่องดื่ม รับประทานคู่กับนม หรือใช้ทำขนมได้หลากหลายเมนู
สิ่งที่ทำให้มัทฉะแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปคือ เรารับประทานใบชาที่บดละเอียดทั้งหมด ไม่ใช่เพียงดื่มน้ำที่ผ่านการแช่ใบชา จึงได้รับส่วนประกอบจากใบชาอย่างเต็มที่มากขึ้น
มัทฉะทำมาจากอะไร?
มัทฉะผลิตจากใบชาที่เรียกว่า “เท็นฉะ” (Tencha) ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 2–4 สัปดาห์ ต้นชาจะถูกคลุมเพื่อลดการได้รับแสงแดด กระบวนการนี้ช่วยเพิ่มคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนบางชนิด ทำให้ใบชามีสีเขียวเข้ม กลิ่นหอม และรสอูมามิเด่นชัด หลังจากเก็บเกี่ยว ใบชาจะผ่านกระบวนการนึ่ง อบแห้ง คัดก้านและเส้นใบออก จากนั้นจึงนำไปบดอย่างละเอียดจนกลายเป็นผงมัทฉะเนื้อเนียน
มัทฉะกับชาเขียวแตกต่างกันอย่างไร?
หลายคนเข้าใจว่ามัทฉะและชาเขียวเหมือนกัน แต่ทั้งสองชนิดมีวิธีผลิตและวิธีดื่มแตกต่างกัน
ชาเขียวทั่วไป ชาเขียวทั่วไปใช้วิธีแช่ใบชาในน้ำร้อน แล้วกรองใบชาออกก่อนดื่ม รสชาติขึ้นอยู่กับชนิดของชา อุณหภูมิน้ำ และระยะเวลาในการแช่
มัทฉะ มัทฉะเป็นใบชาที่ผ่านการบดจนเป็นผงละเอียด เมื่อนำมาชง ผงชาจะผสมอยู่ในเครื่องดื่ม ผู้ดื่มจึงได้รับส่วนประกอบจากใบชาโดยตรง มัทฉะมักมีรสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสมากกว่าชาเขียวแบบชงใบ
ประโยชน์ของมัทฉะที่น่าสนใจ
มัทฉะได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะมีสารจากธรรมชาติหลายชนิด อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม อาหารโดยรวม และสุขภาพของแต่ละคน
1. มีสารต้านอนุมูลอิสระ มัทฉะมีสารในกลุ่มคาเทชิน โดยเฉพาะ EGCG ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในชาเขียว สารเหล่านี้มีบทบาทในการช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
2. ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว มัทฉะมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ จึงอาจช่วยเพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ เหมาะสำหรับดื่มในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายที่ต้องการพลังในการทำงาน
3. มีแอลธีอะนีน แอลธีอะนีน (L-theanine) เป็นกรดอะมิโนที่พบในใบชา โดยเฉพาะชาที่ผ่านการบังแสงก่อนเก็บเกี่ยว การทำงานร่วมกันของแอลธีอะนีนและคาเฟอีนอาจช่วยให้รู้สึกตื่นตัวอย่างนุ่มนวลกว่าการดื่มกาแฟสำหรับบางคน
4. ใช้แทนเครื่องดื่มหวานได้ มัทฉะไม่เติมน้ำตาลมีพลังงานต่ำ จึงสามารถใช้แทนน้ำหวานหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงได้ แต่ควรระวังมัทฉะลาเต้สำเร็จรูปหรือเมนูที่เติมน้ำเชื่อมและนมข้นหวานในปริมาณมาก
5. นำไปทำอาหารและขนมได้หลากหลาย นอกจากชงเป็นเครื่องดื่มแล้ว ผงมัทฉะยังใช้ทำเค้ก คุกกี้ ไอศกรีม พุดดิ้ง และเบเกอรี่ได้ กลิ่นหอมและสีเขียวตามธรรมชาติช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเมนูต่าง ๆ


